เกร็ดความรู้พิธีมงคลสมรสแบบไทย

 

       การตอบคำถามเกี่ยวกับพิธีมงคลสมรสเป็นเรื่องระเอียดอ่อนเพราะประเพณีในแต่ละภาคแต่ละจังหวัดแต่ละหมู่บ้านแต่ละพื้นที่มักจะทำพิธีไม่เหมือนกันตามความเชื่อถือของที่นั้นๆผมจึงมักไม่ค่อยตอบในเว็ไซต์ เพราะอาจจะถูกบางพื้นที่และไปผิดบางพื้นที่ แต่มีคู่บ่าวสาวจำนวนมากทั้งโทรมาคุยและมาพบเพื่อปรึกษาวันละหลายคู่ ผมจะสอบถามถึงพื้นเพของบิดามารดาทั้งสองฝ่ายก่อนจึงจะตอบคำถามและทำสคริปงานให้ ทำให้ไม่เกิดปัญหาทีหลัง

คำถามของคุณถามว่าพิธีหมั้นแบบไทยมีอะไรบ้างคำถามสั้นๆแต่ตอบยากมากถ้าตอบสั้นๆคงไม่เข้าใจผมจำเป็นต้องตอบยาวๆดังนี้ ...

พิธีมงคลสมรสแบบไทย ประกอบด้วย

1.       พิธีหมั้น (ขันหมากหมั้น) มักจะทำก่อนวันแต่ง แต่บางพื้นที่ยกขันหมากหมั้นมาทำพิธีหมั้นในวันแต่งก่อนที่พระสงฆ์จะมา บางที่ก็ทำพิธีสวมแหวนต่อหน้าพระสงฆ์ (ที่เป็นเช่นนี้เพราะเจ้าสาวแต่งหน้าไม่ทันพระสงฆ์มาก่อนจำเป็นต้องทำการหมั้นจนเกิดประเพณีสวมแหวนหน้าพระสงฆ์) แต่ ในกทม.ส่วนใหญ่จะไม่มีขันหมากหมั้น มีขันหมากแต่งเลยจะสวมแหวนสวมเครื่องเพชรเครื่องทองหลังจากเปิด ขันหมาก และโรยถั่วงาแล้ว หรือถ้ามีขันหมากหมั้นก็จะมีก่อนเป็นเดือนเป็นปีแต่ละคู่ไม่เหมือนกันอยู่ที่การตกลงกัน

2. พิธีสงฆ์ โดยทั่วไปส่วนใหญ่จะนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูปเจริญพระพุทธมนต์ มีบ้างท้องที่แต่น้อยที่นิมนต์ 10 รูป พิธีสงฆ์ทำได้ทั้งเช้าและเพล ส่วนใหญ่นิยมทำในช่วงเช้า มากกว่าเพล บ่าวสาวควรตักบาตรขณะที่พระสงฆ์ถวายพรพระ (พาหุง) และในช่วงที่พระฉันให้จัดไหว้พระภูมิเจ้าที่และศาลตายายถ้ามี

3.       พิธีขันหมาก (แห่ขันหมาก) การจัดขันหมากเอก-ขันหมากโทในแต่ละพื้นที่จัดไม่เหมือนกัน มีทั้งแบบโบราณและแบบชาววังตั้งแต่ไม่ถึงพันบาทจนถึงหลายหมื่นบาทขึ้นอยู่กับฐานะ ตัวอย่างขันหมากที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ภายในชุดขันหมากเอกจะประกอบด้วย พานขันหมาก พานสินสอด พานเทียนแพ พานแหวน และภายในชุดขันหมากโทจะประกอบด้วย กล้วยต้น อ้อยต้น อย่างละ 1 คู่ ขนมจีน ห่อหมก ขนมต้มแดง ต้มขาว เหล้า ผ้า 1 คู่ หมูนอนตอง 1 คู่ กล้วยน้ำหว้าหวี พานละ 2 หวี 1 คู่ มะพร้าวน้ำหอม พานละ 2 ผล 1 คู่ ส้มโอ พานละ 2 ผล 1คู่ ขนมจันอับ 1 คู่ ขนมเปี๊ยะ 1 คู่ ขนมมงคลรวม 9 อย่าง 1 คู่ เป็นต้น

 

              การลำดับพิธีก่อนหลังนั้นขึ้นอยู่แต่ละพื้นที่ บางพื้นที่แห่ขันหมากก่อนทำพิธีสงฆ์ บางพื้นที่ทำพิธีสงฆ์ก่อนแห่ขันหมาก จากประสบการณ์ของผมในรอบ 20 ปี ผมผ่านงานแต่งงานมาแล้วนับพันคู่มีโอกาสรู้เห็นพิธีของทุกภาคของประเทศ พอจะสรุปได้ดังนี้ ใน 100 คู่ ประมาณ 80 คู่ จะทำพิธีสงฆ์ก่อนแห่ขันหมาก และจะทำพิธีแห่ขันหมากก่อนพิธีสงฆ์ประมาณ 20 คู่แต่โบราณจะนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ในเย็นวันสุกดิบ(สวดมนต์เย็น)พอวันรุ่งขึ้นพระสงฆ์ถวายพรพระ-ฉันภัตตาหาร เดี๋ยวนี้ยังมีบ้างในบางพื้นที่แต่น้อยมากเพราะยุ่งยากพระสงฆ์ต้องมาสองครั้ง

      4. พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ (รดน้ำสังข์) ใน กทม.และทั่วไปจะทำพิธีหลั่งน้ำก่อนไหว้ผู้ใหญ่ประมาณ10% และหลังพิธีไหว้ผู้ใหญ่ประมาณ 90% บางคู่ไปทำตอนเย็นเช่นทำที่โรงแรมก่อนงานเลี้ยงก็มี แถวภาคกลางตอนบน-ภาคเหนือตอนล่างเช่นสุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท อุทัยธานี นครสวรรค์และบางจังหวัดจะหลั่งน้ำสังข์ในขณะที่พระสงฆ์กำลังฉันภัตตาหารเช้า บ่าวสาวถวายภัตตาหารแล้วขึ้นนั่งตั่ง พระสงฆ์สวดชยันโตขณะที่เริ่มสวมมงคลและหลั่งน้ำสังข์ พระสงฆ์จะฉันภัตตาหารแล้ว จากนั้นบ่าวสาวจึงลุกขึ้นจากตั่งไปถวายปัจจัยดอกไม้ธูปเทียนพระสงฆ์อนุโมทนาบ่าวสาวกรวดน้ำจึงเสร็จพิธี

5. พิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ (เซ่นผี) จะนำอาหารคาวหวานหมากพลูผ้าผ่อนแพรพันและขนมจีนห่อหมกขนมต้มแดงต้มขาวเหล้าขาวมะพร้าวอ่อนที่มากับขบวนขันหมากมาเซ่นไหว้ผีบ้านผีเรือนและบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว บางพื้นที่หยิบแบ่งขันหมากโทใส่กระทงไปวางทางสามแพ่งเพื่อเซ่นสัมภเวสี การทำขวัญบ่าวสาวก็ยังพอมีในรอบๆกทม.และต่างจังหวัดพิธีนี้จะต้องใช้ หมอทำขวัญเป็นผู้ทำจะใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมง ในกทม.ไม่นิยมทำ มีบ้างแต่น้อย

 

6. พิธีไหว้ผู้ใหญ่ (รับไหว้) บ่าวสาวจะเตรียมผ้าไหว้หรือของอื่นๆแทนผ้าให้ผู้ใหญ่ในภาคเหนือ(ล้านนา) ภาคอีสาน(ผูกแขน)จะมีบายศรี จะใช้ดอกไม้ธูปเทียนกราบไหว้ ผู้ใหญ่จะใช้ด้ายผูกแขนรับขวัญคู่บ่าวสาว ภาคกลางบางพื้นที่ที่มีชาวไทยพวน-ไทยซ่ง คนใหญ่(ผู้เฒ่า)ก็จะใช้ด้ายผูกแขน เช่นกัน แต่ ใน กทม.ชาวกทม.แท้ๆไม่นิยมผูกแขนแต่จะกราบไหว้ด้วยธูปเทียนแพซึ่งเป็นเครื่องสักการชั้นสูงจะมีผูกแขนบ้างก็จะติดมากับชาวต่างจังหวัดที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในกทม.ก็จะนำประเพณีของบ้านตัวเองมาใช้ ชาวจีนเกือบทุกภาษาจะไหว้ด้วยการยกน้ำชา ยกเว้นจีนไหหลำใช้หมากพลูเป็นเครื่องไหว้ ชาวไทยที่นับถือศาสนาคริสต์บางครอบครัวก็ทำพิธีขันหมากแบบไทยแต่ไม่มีพิธีสงฆ์และหลั่งน้ำพระพุทธมนต์

7. พิธีปูเตียงเรียงหมอน (ส่งตัวเข้าหอ) ถึงเวลาส่งตัวมักจะเชิญคู่สามีภรรยาที่มีคุณสมบัติดังนี้ อยู่กันโดยสมรส ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง มีฐานะมั่งคั่ง มีลูกชายหญิงที่ว่านอนสอนง่ายและเป็นคนมีศิลธรรมมาเป็นผู้ที่ปูที่นอน จุดประสงค์ก็จะให้เป็นตัวอย่างให้บ่าวสาวได้ดูปฏิบัติตาม บางคู่ก็จะนอนให้บ่าวสาวดูบ้างคู่ปูเตียงเสร็จแล้วก็แค่ให้โอวาทจะแตกต่างกันไป จะขอแนะนำคู่บ่าวสาวที่จะส่งตัวที่โรงแรมให้นำผ้าปูที่นอนปอกหมอนของใหม่ไปปูทับของโรงแรมหลังจากนอนแล้วให้นำกลับไปใช้ส่วนตัวที่บ้าน

 

 

ความไม่เรียบร้อยในงานมงคลสมรส

           สาเหตุที่เกิดมักจะเกิดจากความไม่เข้าใจของผู้หวังดี ตามที่เขียนไว้ตอนต้นว่าประเพณีของแต่ละพื้นบ้านไม่เหมือนกัน แต่ผู้หวังดีมักเอามารวมกันโดยใช้คำว่าบ้านฉันทำอย่างนี้ สมมุติว่าคุณพ่อเจ้าสาวเป็นคนกรุงเทพคุณแม่เป็นชาวอีสาน คุณพ่อเจ้าบ่าวเป็นชาวนครสวรรค์คุณแม่เป็นชาวราชบุรี การจัดงานมงคลสมรสมีสองอย่างแบบที่ 1 เรียกว่าวิวาหมงคลจะจัดที่บ้านเจ้าสาว แบบที่ 2 เรียกว่าอาวาหมงคลจัดที่บ้านเจ้าบ่าว ทีนี้งานที่สมมุตินี้เป็นงานวิวาหมงคลคือจัดที่บ้านเจ้าสาวใน กทม.ในงานก็จะมีญาติๆมาร่วมงานถึงสี่ภาคจาก กทม. ภาคอีสาน ภาคเหนือและใต้ ญาติแต่ละฝ่ายก็มีความหวังดีก็พยายามจะนำเอาประเพณีของบ้านตัวเองมาใช้ ต่างก็ว่าของฉันถูกของแกผิด บ้านฉันทำแบบนี้ไม่เช่นนั้นบ่าวสาวจะมีอันเป็นไปอยู่กันไม่ยืดว่าเข้านั่น พ่อแม่บ่าวสาวก็ใจเสียกลัวจะเป็นไปตามนั้น ทำไปทำมาต้องตามใจเปลี่ยนแปลงสคริปและซื้อของเพิ่มเติมซ้ำซ้อนอีกมากมายบางทีก็ทะเลาะกันงอนกัน งานที่เป็นมงคลเลยไม่เป็นมงคล บ่อยครั้งผมต้องห้ามศึกด้วยการอธิบายให้เข้าใจว่าไม่มีใครผิดทั้งนั้นเป็นเพราะประเพณีแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเกิดจากความไม่เข้าใจของญาติๆ ทั้งสี่ฝ่าย พ่อแม่บ่าวสาวไม่ทำตามก็หาว่าแนะนำแล้วไม่เชื่อต่อไปมีงานก็จะไม่มาอีกแล้วพาลโกรธกันไปเลยก็มี ถ้าผมจะแนะนำการแก้ปัญหานี้ควรวางแผนทำสคริปลำดับพิธีและยึดบ้านเจ้าสาวเป็นหลักจัดงานที่ภาคเหนือใช้ประเพณีล้านนา จัดงานที่ภาคกลางใช้ประเพณีพื้นบ้านภาคกลางจัดงานที่ภาคอีสานใช้ประเพณีพื้นบ้านอีสาน จัดที่กรุงเทพใช้แบบชาววังซึ่งสวยงานดีและประหยัด ถ้าจะนำพิธีต่างพื้นบ้านมารวมก็ให้ทำสคริปใว้ล่วงหน้าแล้วบอกทุกคนว่ามีฤกษ์ยามมาอย่างนี้ การปรึกษาผู้รู้หลายท่านอาจจะได้หลายแบบแล้วจะมึนไม่รู้ใช้ของใครดี ที่เขียนมาทั้งหมดนี้อาจจะมีบางท่านว่าผิดก็ได้ ถ้าจะให้จำเพาะเจาะจงต้องนั้งคุยกันสักสองชั่วโมงจึงจะดี นานๆมีโอกาสมาตอบเลยตอบซะยืดยาว
          สรุปแล้วพิธีมงคลสมรสแบบไทยที่นิยมทั่วไปมีดังนี้ 1. พิธีหมั้น 2. พิธีสงฆ์ 3. พิธีขันหมาก 4พิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ. 5 พิธีไหว้ผู้ใหญ่ 6. พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ 7. พิธีปูที่นอนเรียงหมอน ใครจะทำแบบไหนก็ลองสลับดูก็แล้วกันนะครับ

 

          วันหน้าถ้าผมมีเวลาจะนำรายละเอียดพิธีทั้ง 7 และความหมายของแต่ละพิธี ของใช้จำเป็นและไม่จำเป็นที่เกินเลยมาเล่าสู่กันฟังอย่างละเอียด เผื่อรุ่นน้องที่กำลังจะเข้าสู่ประตูวิวาห์ได้เป็นข้อมูลในการจัดงานต่อไป

มีข้อสงสัยประการใดสอบถามเพิ่มเติม โทร. 081-308-4965
 

ชีวัน เปี่ยมไพบูลย์
www.ruenjoawsao.com

 

  PHOTO BY ช่างภาพจากเรือนเจ้าสาว